บทบาทสารสนเทศกับสังคม
เทคโนโลยีสารสนเทศ
หมายถึง
เทคโนโลยีเกี่ยวกับการจัดการและใช้ประโยชน์จากสารสนเทศด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบลงทะเบียนเรียนของมหาวิทยาลัย ระบบตู้
ATM
ระบบการจองตั๋วเครื่องบิน ระบบเครือข่ายต่างๆ ฯลฯ
ทั้งยังรวมถึงเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์ สารสนเทศเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของคนเราในปัจจุบันแม้กระทั่งในสังคมเอง
ก็ขาดปัจจัยสิ่งเรานี้ไม่ได้เลย
ทุกวันนี้สารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการนำมาใช้ในรูปแบบเทคโนโลยี
สารสนเทศจึงทำให้มีผลต่อการดำรงชีวิต ปลายศตวรรษที่ 20
โลกได้เข้าสู่ยุคของการปฎิวัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานอย่างกว้างขวาง
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินงานซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร
ในปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้นทำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีขนาดเล็กลง
หรือที่เรียก นาโนเทคโนโลยี และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยหากเราตามเทคโนโลยี
จะรู้ได้เลยว่ามันไม่มีที่สิ้นสุดแน่นอน เทคโนโลยีพวกนี้
ได้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ๆให้กับคนรุ่นใหม่ได้ใช้ ได้ทดลอง
หากแต่มองย้อนกลับไปในสมัยก่อนหน้านั้น
เทคโนโลยีพวกนี้จะไม่ทันสมัยได้เท่านี้มาก่อนเลย
ในภาวะปัจจุบันนั้นสารสนเทศได้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานปัจจัยที่ห้าของคนส่วนใหญ่
มนุษย์นั้นจะขาดการติดต่อสื่อสารไม่ได้เลยในการดำรงชีวิต จากสมัยก่อนนั้นเราไม่มีเทคโนโลยีเราก็อยู่ได้
ไม่มีโทรศัพท์ใช้ เราก็ยังดำเนินชีวิตไปได้ตามปกติ
แต่ถ้าเทียบกับตอนนี้แล้วมันต่างกันมาก ต่างกันโดยสิ้นเชิง
นับวันเทคโนโลยีพวกนี้จะเล็กลงเรื่อย เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้า
จกเครื่องใหญ่ๆก็ทำปรับโฉมให้เล็กลง เพิ่มลูกเล่นเข้าไปในลูกได้ได้สัมผัส
เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า
นั่นจึงเป็นเป็นเหตุผลที่ว่าสังคมต่างๆในโลก
ต่างจะต้องเข้าสู่สังคมสารสนเทศแบบเต็มตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ไม่เร็วก็ช้า
เทคโนโลยีสารสนเทศคือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดหา วิเคราะห์ ประมวล
จัดการจัดเก็บ เรียกใช้หรือเรียกเปลี่ยน และเผยแพร่สารสนเทศ
ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของรูป เสียง ตัวอักษร
หรือภาพเคลื่อนไหว สมัยหากเราจะติดต่อสื่อสารกันนั้น
ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าโดยการโทรผ่านโทรศัพท์ก็เห็นหน้ากันได้แล้ว
ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล ก็ติดต่อสื่อสารกันได้ จะออกมาในรูปแบบของเสียง
ตัวอีกษรที่เราพิมพ์ถามกันไปมา นอกจากการเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ทำลายธรรมชาติหรือสร้างมลภาวะในตัวของมันเอง
1.การลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย
2. การเพิ่มคุณภาพของงาน
3.การสร้างกระบวนการหรืกรรมวิธีใหม่ๆ
4. การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆขึ้น
ด้านการศึกษา
การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองอส่งผลให้สารสนเทศมีความสำคัญต่อการเรียนการสอนในทุกระดับการศึกษา
ด้านสังคม สารสนเทศช่วยพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์
ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพส่วนบุคคลให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ช่วยขยายโลกทัศน์
ด้านเศรษฐกิจ
สารสนเทศมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เรียกว่า
เศรษฐกิจบนฐานความรู้ ให้ความสำคัญกับ “การจัดการความรู้” เพราะสารสนเทศช่วยประหยัดเวลาในการผลิต
ลดขั้นตอนการลองผิดลองถูก ได้ตามความต้องการของตลาด
ด้านวัฒนธรรม สารสนเทศเป็นรากฐานที่จำเป็นสำหรับความก้าวหน้าของอารยธรรม
สารสนเทศช่วยสืบทอด ค่านิยม ทัศนคติ ศิลปะ และวัฒนธรรม
ที่เป็นเอกลักษณ์อันดีงามของชาติ ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ความสามัคคี
ความมั่นคงในชาติ
เทคโนโลยีนั้นมีบทบาทต่อสังคมและมนุษย์เป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ถ้าหากเราได้เรียนรู้
ได้สัมผัสเป็นบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา
หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว สารสนเทศนี้ก็จะเจาะลึกเข้าไปถึงที่
เพื่อได้เป็นศูนย์เครือข่ายที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ไม่ใช่แค่ติดต่อสื่อสารเท่านั้น
เทคโนโลยีสามารถทำอะไรได้เยอะกว่าที่เราคิด และยังเป็นการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมด้วย
เพราะสมัยนี้เราได้ทำการติดต่อกับเครือข่ายต่างประเทศ
บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพูดคุยด้วยตัวเอง
โดยทำการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต โดยสารมารถพูดคุยแลกเปลี่ยนเหมือนกับที่เราเห็นหน้าจริงๆ
เทคโนโลยีสารสนเทศนั้นจะมีผลกระทบต่อสังคมมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์จะเลือกใช้มันอย่างไร
ในโลกปัจจุบันแรงผลักดันด้านเศรษฐกิจมักจะมีบทบาทสูง ในการกำหนดทิศทางของเทคโนโลยี
และยังเป็นบทบาทต่อทุกสายอาชีพในสายการงานทั้งนั้น
โดยต้องพึ่งเทคโนโลยีในการสื่อสารกับสังคมหรือกับเพื่อนร่วมงานด้วยกัน
นับว่าเป็นปัจจัยหลักๆที่คนทั่วๆจะขาดไม่ได้เลย ทุกวันนี้สารสนเทศ
เทคโนโลยีมีมากขึ้นเรื่อยๆจนเราเองนั้นตามไม่ทันแล้ว
บทบาทเทศโนโลยีกับการศึกษา
ขณะนี้เกือบทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาคุณภาพประชาชนโดยเน้นที่การศึกษา
ทุกโรงเรียนจะต้องมีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยหนึ่งเครื่องต่อนักเรียนห้าคนและทุกห้องเรียนต้องมีคอมพิวเตอร์ที่ต่ออินเตอร์เน็ตอย่างน้อยเครื่องหนึ่งต่อนักเรียนห้าคนคอมพิวเตอร์ต้องต่ออินเตอร์เน็ตโดยเน้นเรื่องการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้เป็นระบบกลางที่มีราคาถูกเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนแหล่งการเรียนรู้ให้ศึกษาค้นคว้า
มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งทอดความรู้ มีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้เข้าถึงความรู้
และรู้จักวิธีแสวงหาความรู้ เขาก็จะเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต
ความคิดนี้ได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งสู่ความคิดที่ว่า
ถ้าช่วยกันทำให้ทุกส่วนของสังคมมีส่วนร่วมสนับสนุน สังคมก็จะเป็น
สังคมแห่งการเรียนรู้เพราะทุกฝ่ายเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับไปพร้อมกัน
ความรู้แห่งการเรียนรู้เริ่มเป็นที่กล่าวถึงและยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอย่างยิ่ง
และทุกวันนี้เด็กส่วนมากก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นส่วนตัวกันแล้ว
เทคโนโลยีสารสนเทศกับผู้พิการ
สำหรับผู้พิการนั้นในการเรียนก็ไม่น้อยหน้ากว่าคนธรรมดา
โดยจะจัดให้เรียนเหมือนกันทั่วไป
ซึ่งจะไม่แยกเพราะข่าวสารสนเทศที่ได้มานั้นก็ไม่ต่างอะไรกันมาก
แต่คนผู้การนั้นจะเน้นไปทางเสียง รูปภาพเพื่อสื่อสารให้เขาได้เข้าใจในมุมๆนั้นด้วย
ผู้พิการก็ได้จะรู้ถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาถึงตัวได้เอง ได้สัมผัสได้เรียนรู้ เป็นการฝึกปฏิบัติ
ทำให้เหมือนจริงทุกอย่างโดยจะไม่แยกกัน
เทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนเรา
คนเราจะต้องการเครื่องมือที่มีความสามารถหลากหลายและพกพาสะดวกขึ้น เช่น
สมาร์ทโฟนต่างๆ
ที่นอกจากจะใช้โทรศัพท์ได้ตามคุณสมบัติการใช้งานปกติ ยังสามารถใช้ถ่ายภาพ
ถ่ายวีดิโอ ตัดต่อ เข้าอินเตอร์เน็ต หรืองานใดๆตามที่โปรแกรมในเครื่องมี
สมาร์ทโฟนที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันเช่น iPhone, Samsung Galaxy Note เป็นต้น
ระบบเครือข่ายต่างๆจะพัฒนาให้เข้าถึงกันได้ง่ายและกว้างขวางขึ้น
เช่นระบบไร้สาย(wireless) ที่ทำให้เข้าถึงเครือข่ายได้โดยใช้คลื่น,
การพัฒนา protocol ที่เสถียรกับการเชื่อมต่อมากขึ้น,
การควบคุมกระแสของข้อมูลให้ดีขึ้นโดยใช้ระบบ SDN(Software-defined
Network) เป็นต้น
เกิดความเสื่อมถอยทางวัฒนธรรม
เพราะสามารถใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างอิสระ ทำให้บางครั้งผู้ใช้ขาดการยั้งคิดพิจารณาถึงความเหมาะสม
เช่น การใช้ข้อความหยาบคาย เป็นต้น
ทั้งนี้เว็บไซต์ต่างๆก็จะมีมาตรการจัดการต่างกันไป เช่น
จำกัดกลุ่มผู้ใช้โดยการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ ,หากมีความคิดเห็นได้ไม่เหมาะสมก็แจ้งเว็บมาสเตอร์ให้ลบทิ้งได้
เป็นต้น
มีแฮ็คเกอร์เจาะเข้าระบบของบริษัทหรือองค์กรเพื่อนำข้อมูลไปใช้กระทำผิดกฎหมาย
หรือมีมิจฉาชีพใช้ช่องทางในอินเตอร์เน็ตสวมรอยไปหลอกลวงผู้บริโภค
เช่นช่องทางจากการขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต โดยปัญหาต่างๆอาจแก้ได้เป็นกรณีไปขึ้นกับระดับของปัญหานั้นๆ
สรุป
บทบาทสารสนเทศกับสังคม
และเทคโนโลยีสารสนเทศล้วนมีบทบาททำให้คนเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีบทบาทในด้านเศรษฐกิจโดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์และเพิ่มขีดสามารถในการแข่งขันทั้งภาครัฐและเอกชนก็ว่ากัน
การผลิตและบริการ ทั้งยังเปิดโอกาสในด้านต่างๆสามารถต่อต่อสื่อสารได้หลายช่องทางหากเรามีเทคโนโลยีมาช่วย
มีอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ การใช้สารสนเทศควรเป็นไปด้วยจริยธรรม
ใช้ตามความเหมาะสมให้ถูกกาลเทศะ ไม่สร้างความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่น
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นสืบไป เทคโนโลยีจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้
จะมีการปรับโฉมเพื่อปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆเพื่อให้คนได้ตามยุดทันสมัยไม่น้อยหย้ากว่าประเทศอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น